โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์

หมู่ที่ 6 บ้านเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84320

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

Tel. 077-960181 Fax. 077-960181

ไขกระดูก เซลล์ไขกระดูกที่ดัดแปลงพันธุกรรม สามารถอธิบายข้อมูลดังนี้

ไขกระดูก

ไขกระดูก นักวิจัยที่ศูนย์มะเร็ง กล่าวว่า ในการทดลองของหนู พวกเขากระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันใหม่ โดยการแนะนำเซลล์ไขกระดูกที่ขาดยีนเฉพาะ ซึ่งจะช่วยชะลอการเจริญเติบโต ของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ของมนุษย์และมะเร็งตับอ่อนที่ปลูกถ่าย ผลการศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสารภูมิคุ้มกันบำบัดโรคมะเร็ง ในเดือนมกราคม 2020

แสดงให้เห็นว่า เทคนิคที่เรียกว่าการบำบัดด้วยเซลล์รับเลี้ยงบุตรบุญธรรม สามารถใช้เซลล์ไขกระดูกของผู้ป่วย เพื่อกำหนดเป้าหมายเซลล์มะเร็งกึ่งมนุษย์ อลัน ฟรีดแมน กล่าวว่า จากการวิจัยเกี่ยวกับหนู การบำบัดนี้อาจให้วิธีพิเศษในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย รวมทั้งทีเซลล์ เพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง

ฟรีดแมน กล่าวว่า การศึกษาก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่า ถ้ามาโครฟาจและเซลล์เดนไดรต์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน หากไม่มียีน NF κB p50 เมื่อเข้ารหัสการถอดรหัส อาจช่วยขจัดการอักเสบได้ดีกว่า ปัจจัยการถอดรหัส คือโปรตีนที่จับกับดีเอ็นเอใกล้เคียง เพื่อช่วยเปิด หรือปิดยีนเฉพาะ

การศึกษาในอดีต ยังแสดงให้เห็นว่าในมะเร็งผิวหนัง ไฟโบรซาร์โคมา มะเร็งลำไส้ใหญ่และเนื้องอกในสมอง จะเติบโตช้ากว่าในหนู ที่ไม่มีปัจจัยการถอดรหัส ฟรีดแมน เปิดเผยว่า การศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่า มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งท่อน้ำในตับอ่อน ยังแสดงผลการชะลอการเจริญเติบโต เช่นเดียวกัน ในหนูที่ไม่มียีน p50

เพื่อที่จะพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยี การบำบัดด้วยเซลล์ที่นำมาใช้ นักวิจัยได้สกัดเซลล์มัยอีลอยด์ ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะออกจาก ไขกระดูก ของหนูที่ไม่มียีน p50 และเปรียบเทียบกับหนูที่มียีน p50 เซลล์มัยอีลอยด์ เป็นเซลล์เม็ดเลือดชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เซลล์เม็ดเลือดขาว เหตุผลในการเลือกเซลล์มัยอีลอยด์ ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ซึ่งรวมถึงมาโครฟาจและสารตั้งต้นของเซลล์เดนไดรต์ คือการศึกษาในอดีตได้ยืนยันว่า เซลล์พิเศษดังกล่าวสามารถเพิ่มความเป็นไปได้ ในการกระตุ้นการตอบสนอง ของภูมิคุ้มกันต้านเนื้องอก หลังจากฉีดวัคซีนให้กับหนู 2 กลุ่มที่มีเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือมะเร็งตับอ่อนในมนุษย์แล้ว นักวิจัยได้ปรับสภาพสัตว์ ด้วยยาต้านมะเร็งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แล้วจึงฉีดเซลล์มัยอีลอยด์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เป็นที่ทราบกันดีว่ายานี้ ทำให้จำนวนเซลล์เม็ดเลือดมัยอีลอยด์ลดลง ในการไหลเวียนตามปกติ ซึ่งจะช่วยลดการแข่งขันกับเซลล์ที่ฉีด ยานี้สามารถกำหนดเป้าหมายเซลล์มัยอีลอยด์ในเนื้องอก ที่กดการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน บางครั้งก็ปล่อยแอนติเจนที่รู้จัก เซลล์กระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกัน โจมตีเนื้องอก

นักวิจัยพบว่า การถ่ายโอนแบบรับอุปการะ ของเซลล์ p50 negative ร่วมกับ 5 fluorouracil ในขนาดที่กำหนดให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่มีเซลล์ยีน p50 ที่ไม่บุบสลาย ในกรณีที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และกรณีของมะเร็งตับอ่อน มีการเติบโตของเนื้องอกช้ากว่าอย่างน้อย 3 เท่า นักวิจัยกล่าวว่า การรักษานี้ยังทำให้เกิดการถดถอย ของมะเร็งตับอ่อนในหนู ที่ตอบสนองสำคัญมาก ซึ่งทำให้เนื้องอกในหนูหดตัว ได้มากถึง 10 เท่า

นักวิจัยรายงานว่า เซลล์มัยอีลอยด์ที่เป็นมะเร็งระยะลุกลาม ทำให้เกิดเนื้องอกและมาโครฟาจของต่อมน้ำเหลืองและเซลล์เดนไดรต์ที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกัน ต่อสู้กับมะเร็ง ด้วยการกระตุ้นทีเซลล์ เมื่อนำทีเซลล์ออก เพื่อทดสอบว่าการกระตุ้นนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับการชะลอการเติบโตของเนื้องอกหรือไม่ วิธีการนี้จะขจัดประสิทธิภาพของการแพร่กระจายของเซลล์

มีรายงานผลกระทบที่คล้ายคลึงกันในหนูทดลอง p50 ที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และหนูทดลอง p50 ที่เป็นลบที่มีเนื้องอกไกลโอบลาสโตมา เมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ควบคุมแล้ว หนูที่มี p50 ที่เป็นมะเร็งลำไส้ จะถูกลบออกหลังจากทีเซลล์มะเร็ง ของพวกมันจะพัฒนาต่อไปและหนูที่มีค่าลบ p50 ที่มีไกลโอบลาสโตมา สูญเสียความได้เปรียบ ในการเอาชีวิตรอดเมื่อเปรียบเทียบ กับหนูป่า หลังถอดทีเซลล์ออก

ฟรีดแมน กล่าวว่า การวิจัยแสดงให้เห็นถึง สัญญาในมะเร็งชนิดอื่นๆ เราและทีมอื่นๆ ได้ทดสอบมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับอ่อน มะเร็งสมอง เมลาโนมา มะเร็งลำไส้ใหญ่ ซาร์โคมา และนิวโรบลาสโตมา พวกมันทั้งหมดเติบโตช้าลง ในหนูที่ไม่มียีน

 

บทความอื่นที่น่าสนใจ ปวดท้องน้อย การตรวจและรักษาหลังการวินิจฉัยเป็นอย่างไร